[x] ปิดหน้าต่างนี้
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป   
ค้นหา   
เมนูหลัก
ภาพกิจกรรม
เว็บไซต์อื่นๆ

สถิติผู้เยี่ยมชม

 เริ่มนับ 18/ธ.ค./2560
ผู้ใช้งานขณะนี้ 17 IP
ขณะนี้
17 คน
สถิติวันนี้
937 คน
สถิติเมื่อวานนี้ี้
1943 คน
สถิติเดือนนี้
53131 คน
สถิติปีนี้
426381 คน
สถิติทั้งหมด
1013575 คน
IP ของท่านคือ 3.238.90.95
(Show/hide IP)

  

   เว็บบอร์ด >> ห้องนั่งเล่น >>
4 ทีมที่จะต้องมาขับเคี่ยวในรอบรองชนะเลิศ ที่จัดขึ้นในสนามเป็นกลาง ประเทศเยอรมนี   VIEW : 482    
โดย Q

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 82
ตอบแล้ว :
เพศ :
ระดับ : 7
Exp : 30%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 84.17.39.xxx

 
เมื่อ : จันทร์ ที่ 17 เดือน สิงหาคม พ.ศ.2563 เวลา 20:21:55   

 

ศึกยูฟ่า ยูโรปา ลีก ประจำฤดู 2019/2020 ใกล้จะได้ข้อสรุปแล้ว โดยขณะนี้เหลือแค่ 4 กลุ่มที่จะจะต้องมาแข่งขันในรอบรองชนะเลิศ ที่จัดขึ้นในสนามเป็นกลาง สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี โดย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จำเป็นต้องเจองานหนักเมื่อดวลกับ เซบีคุณย่า ในขณะที่ อินเตอร์ มิลาน ออกจะผ่อนแรงบางส่วนกับการดวล ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค
- แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (อังกฤษ) VS เซบีคุณย่า (ประเทศสเปน) (วันอาทิตย์ที่ 16 ส.ค.นี้ ที่สนามไรน์ เอเนอร์กี้ สตาดิโอน)

จำเป็นต้องบอกเลยว่าเป็นมวยถูกคู่จริงๆเนื่องจากถ้าหากมองตามเนื้อผ้าทั้งคู่กลุ่มมีประสิทธิภาพที่ค่อนจะไม่ได้แตกต่างกันเท่าไรนัก แม้กระนั้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีมองเหนือกว่าตรงที่มีผู้เล่นฝีเท้าจัดจ้าเป็นตัวชูโรงอย่าง บรูโน่ แฟร์นันด์ส, ปอล ป็อกบา รวมทั้งสามผสานสุดชั่วร้าย มาร์คัส แรชฟอร์ด, อองโตนี่ย์ มาร์กสิยาล กับ เมสัน กรีนวู้ด

สำหรับณ เวลานี้เรื่องความมั่นใจและความเชื่อมั่นจำเป็นต้องชูให้กับ "ภูติผีปีศาจแดง" เพราะว่านับจากเกมลูกหนังกลับมารีสตาร์ท พวกเขาโชว์ฟอร์มได้อย่างเร่าร้อน โดยแพ้แค่เพียง 1 เกมในแมตช์เจอ เชลซี รอบรองชนะเลิศ ศึกเอฟเอ คัพ ช่วงเวลาเดียวกันบรรดาสมาชิกของผู้จัดการทีมฟุตบอลโอเล่ กุนทุ่งนาร์ โซลชา กำลังฮึกเหิม ภายหลังที่พวกเขาจบชั้น 3 ในตารางลีก คว้าตั๋วไปฝ่าศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้าได้ด้วย

ช่วงเวลาเดียวกันผลงานโดยรวมของกลุ่มก็ค่อนจะเสมอต้นเสมอปลาย อีกทั้งเกมรับที่แน่นแฟ้น เกมรุกที่ดุเดือด ประกอบกับการเล่นในสนามเป็นกลางที่ไม่มีแรงกดดันจากเสียงเชียร์ของแฟนบอล ในประเทศเยอรมนี ทำให้พวกเขามีสมาธิอย่างมากสำหรับในการเล่นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ด้าน เซบีคุณย่า นับว่าเป็นกลุ่มแข็งสิ่งเดียวกันถึงแม้ผู้เล่นบางทีอาจจะมิได้เด่นราวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด แม้กระนั้นนักฟุตบอลก็เต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพอย่าง ซูโซ่ ที่เคยเล่นหงส์แดง, เฆซุส นาบาส, ดีเอโก้ การ์ลอส, ลูกัส โอกัมโปส ที่พึ่งโหม่งประตูชัยในเกมเชือด วูล์ฟส์ รอบ 8 กลุ่มในที่สุด

อย่าลืมว่า เซบีคุณย่า เป็นตัวบิดาในเกมถ้วยใบเล็กยุโรปโดยบรรลุผลสำเร็จในรายการนี้ถึง 5 ยุค และก็ยังเป็นแชมป์ 3 ยุคต่อเนื่องกันในฤดูกาล 2013/14, 2014/15, 2015/16 ส่วนฟอร์มการเล่นในลีกก็จัดว่าไม่ขี้ริ้วขี้เหร่เมื่อจบชั้นท็อปโฟร์ ได้ตั๋วไปฝ่าแชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูหน้า พร้อมด้วยสะกดคำว่าแพ้คนไหนกันไม่เป็น 18 แมตช์จากการเล่นทุกรายการด้วย

ผลงานระหว่างทั้งคู่กลุ่มจะต้องพูดว่า เซบีคุณย่า ค่อนจะเหนือกว่าบางส่วนโดยการดวลกัน 3 เกม กลุ่มดังจากลา ลีกา ชนะ 2 เกม แล้วก็เสมอ 1 แมตช์ โดยเกมปัจจุบัน "ภูติผีปีศาจแดง" แพ้ไปด้วยสกอร์ 1-2 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อปี 2018

แน่ๆว่าการเจอกันอีกรอบ แมนฯ ยูไนเต็ด มุ่งหมายที่จะทวงแค้นให้ได้ แต่ว่าสิ่งจำเป็นที่ผู้ครอบครองแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี 20 ยุค จำเป็นต้องจำจนขึ้นใจก็คือ ประสบการณ์ในเกมยูโรปา ลีก ของ เซบีคุณย่า ไม่ธรรมดาจริงๆ

เฮด-ทู-เฮด : เคยเจอกันมาแล้ว 3 เกม โดยเป็นเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 แมตช์ ซึ่ง เซบีคุณย่า เหนือกว่าโดยชนะ 1 เสมอ 1 ส่วนอีกเกมเป็นแมตช์ฝึกซ้อมแล้วก็ แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้ 1-3

อินเตอร์ มิลาน (อิตาลี) VS ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค (ยูเครน) (วันจันทร์ที่ 17 เดือนสิงหาคมนี้ ที่สนามแมร์เราร์ ชปีล อารีน่า)

อินเตอร์ มิลาน อยู่ในฟอร์มที่ฮึกเหิมมากมายๆในเกมกัลโช่ เซเรีย อา สามารถเร่งเครื่องจบในตำแหน่งรองแชมป์ได้เสร็จ ในขณะฟอร์มของนักฟุตบอลก็กำลังเร่าร้อนโดยยิ่งไปกว่านั้น โรเมลู ลูกาเรา ที่พึ่งจะย้ายมาอยู่กับกลุ่มเมื่อตอนซัมเมอร์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา แต่ว่าผลงานการถล่มประตูยอดเยี่ยมเกินจะนำเสนอ

หัวหอกชาวเบลเยียม ยังสร้างสถิติสุดโหดเ***้ยมโดยสามารถทำคะแนนในศึก ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ได้ต่อเนื่องกัน 9 นัดหมาย ซึ่งนับว่าเป็นสถิติใหม่ของการประลองรายการนี้ ในส่วนของผลงานในลีกเมืองมะกะโรนี ก็ซัดไป 23 ประตูและก็เปลี่ยนเป็นดาวซัลโวประจำกองทัพ "งูใหญ่" ในฤดูกาล 2019/2020

ในส่วนของเกมรุกยังมี เลาตาโร่ มาร์ติเตียนเนซ แนวรุกเลือดอาร์เจนไตน์, อเล็กสิส ซานเชซ หัวหอกประเทศชิลี ที่พร้อมติดต่อประสานงานไล่ล่าตาข่าย รวมถึง แอชลี่ย์ ยัง ที่กำลังฟอร์มเร่าร้อนตั้งแต่แมื่อย้ายมาจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้าน ซามีร์ ฮันดาโนวิช นายทวารจอมหนึบ ฟอร์มยังคงเชื่อใจได้เมื่อยืนอยู่หน้าปากประตู ในเวลาที่เกมรับยังนับว่าพอใช้แม้ว่าจะไม่สะดุดตาแน่นแฟ้นมากสักเท่าไรนัก แม้กระนั้นก็ไม่ไม่สวย

สำหรับ ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค แน่ๆว่าชื่อชั้นขุมกำลังของกลุ่มด้อยกว่ากองทัพ "เนรัซซูปรี่" หลายขุม ในส่วนของสตาร์ดังด้านในกลุ่มก็ไม่ค่อยมีเท่าไรนัก แต่ว่าจุดที่เด่นของยอดกลุ่มที่ลีกยูเครนก็คือความรู้ความเข้าใจเฉพาะบุคคลรวมทั้งการเล่นเป็นทีมเวิร์ก ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญนำพวกเขาทะลุเข้ารอบตัดเชือกถ้วยใบเล็กยุโรป

เวลาที่ผลงาน 5 แมตช์หลังสุดของทั้งคู่กลุ่มก็ไม่ธรรมดาด้วยเหมือนกัน โดยกองทัพ "งูใหญ่" นอกเหนือจากการที่จะชนะรวดแล้วยังเสียเพียง 1 ประตูแค่นั้น ซึ่งเกิดขึ้นในเกมที่เชือด "ห้างขายยา" ไบเออร์ เลเวอร์คูสังเวย 2-1 ในเกมรอบ 8 กลุ่มท้ายที่สุดเมื่อวันจันทร์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา

ในส่วนของการเจอกันเองทั้งคู่กลุ่มได้โอกาสได้ดวลกันเพียง 2 แมตช์แค่นั้น และก็เป็น อินเตอร์ มิลาน ที่เอาชนะไปได้ 1 เกม กับ เสมอ 1 แมตช์ ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อปี 2005

แมนยูอ่อนเพลีย, อินเตอร์ไม่ง่าย! พินิจพิจารณา ยูโรปา ลีก รอบ 4 กลุ่มในที่สุด
เฮด-ทู-เฮด : เคยเจอกันมาแล้ว 2 เกม ในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก โดย อินเตอร์ มิลาน มีสถิติเหนือกว่านิดหน่อยด้วยการชนะ 1 เกม สกอร์ 2-0 และก็ เสมอ 1 แมตช์ สกอร์ 1-1

 

 

สนับสนุนโดยเว็บไซต์ Ufabet